การเพิ่มมูลค่าให้กับยางแผ่น
เกษตรกรส่วนมากไม่นิยมผลิตยางแผ่นรมควัน เพราะเชื่อว่าทำได้ยากและลงทุนสูง ทั้งที่ยางแผ่นรมควันให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ายางแผ่นดิบ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่บ้านหนองตาเฮียง ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำเทคนิคการผลิตยางแผ่นรมควันในโรงงานขนาดใหญ่มาปรับใช้
หลังจากรีดแผ่นยางแล้ว ให้นำยางแผ่นไปอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งทำเป็นอาคารยกจั่วสูง ปีกด้านข้างมุงด้วยสังกะสีแบบใส และเทพื้นให้ลาดเอียง เพื่อให้อากาศร้อนหมุนเวียนภายใน ใช้เวลาอบประมาณ 3 วัน วิธีนี้จะช่วยให้แผ่นยางแห้งอย่างช้า ๆ และไล่ฟองอากาศในเนื้อยางได้หมด
ส่วนสำคัญคือโรงรมแผ่นยาง ที่ใช้เทคนิคของโรงงานขนาดใหญ่แต่ย่อขนาดลงโดยทำโรงอบแบบปิดทึบ แล้วทำปล่องควันไว้บนพื้นเพื่อนำควันและความร้อนจากเตาเผาเข้าสู่โรงรม เทคนิคที่ช่วยให้มีควันออกจากปล่องสม่ำเสมอ คือต้องวางท่อจากเตาไว้เป็นแนวคู่ขนานกับปล่อง แล้วทำทางเปิดปล่อยควันออกตามแนวปล่องเป็นระยะ
ส่วนเตาเผาทำจากอิฐก่อฉาบซีเมนต์ มีท่อเหล็กเติมอากาศด้านข้าง เพื่อดูดอากาศจากภายนอกมาเพิ่มแรงอัดให้ลมร้อนไหลเข้าสู่โรงรมได้แรงขึ้น นำยางแผ่นดิบที่อบแล้วมารมควันอีก 3 วัน ก็จำหน่ายได้ ซึ่งการทำยางแผ่นรมควันด้วยวิธีนี้มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเพียงกิโลกรัมละ 20 สตางค์ แต่ขายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่ายางแผ่นดิบถึงกิโลกรัมละ 2 บาท
ที่มา : สารคดีเกษตร >> เพื่อนเกษตร ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2554
แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 09:42 น.)


